กล่อง PSI โอทู ดิจิตอล รุ่นใหม่ ลุยศึกฟุตบอลโลก จับมือ RS เจ้าของกล่อง Sunbox ซันบ็อกซ์



กล่อง PSI โอทู ดิจิตอล รุ่นใหม่ ลุยศึกฟุตบอลโลก จับมือ อาร์เอส เจ้าของกล่องซันบ็อกซ์
11 ก.ค. 2556 เปลี่ยนกลยุทธการตลาดครั้งนี้ กับการตลาดทีวีดาวเทียมที่มีการแข่งขันที่สูงมาก ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว ด้วยการจับมือระหว่าง พีเอสไอ และ อาร์เอส ในการถ่ายทอดสด FIFA World Cup Brazil 2014 หรือ ฟุตบอลโลก ปี 2014 บนกล่อง PSI
กล่องรับสัญญาณแข่งดุ “อาร์เอส” เมินขายซันบ็อกซ์ หันจับมือพันธมิตร “พีเอสไอ” ส่งลาลีกาฤดูกาล 2 และบอลโลก 2014 ลงกล่อง PSI O2 Digital หวังสร้างรายได้ลาลีกาเป็น 800 ล้านบาท และบอลโลก 700 ล้านบาท หลังเข้าถึงผู้ชมได้เพิ่มอีกกว่า 3 ล้านกล่องพีเอสไอทั่วประเทศ
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการแข่งขันของธุรกิจบรอดคาสติ้งรุนแรงมาก โดยเฉพาะกลุ่มแพลตฟอร์มเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมแบบที่มีกล่องรับสัญญาณ ดังนั้นจากการที่อาร์เอสวางตัวเองเป็นคอนเทนต์โพรวายเดอร์ปีนี้จึงไม่เน้นขายกล่องซันบ็อกซ์ และจะเน้นการจับมือร่วมกับพันธมิตรที่เสริมจุดแข็งของแต่ละคนเข้าด้วยกัน สู่การแข่งขันและเข้าถึงกลุ่มผู้ชมให้ได้มากที่สุด
“ที่ผ่านมาประสบการณ์สอนให้เรารู้ว่าในธุรกิจนี้เป็นอย่างไร ดังนั้นแทนที่จะขายกล่องเอง จะเน้นการจับมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งเพิ่มเสริมความแข็งแกร่งซึ่งกันและกันจะดีกว่า อีกทั้งคอนเทนต์ที่เรามีอยู่ไม่เหมาะสำหรับการทำกล่องซันบ็อกซ์ต่อเพราะเป็นคอนเทนต์ตามฤดูกาลไม่ใช่คอนเทนต์ที่สามารถออกอากาศได้ตลอดปี การจับมือกับพันธมิตรที่มีฐานผู้ชมอยู่แล้วจึงเป็นแนวทางในการสร้างรายได้ได้ดีกว่า”
นางสาวพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ล่าสุดบริษัทได้จับมือกับทางบริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด ในการนำ 3 คอนเทนต์ ได้แก่ 1. FIFA World Cup Brazil 2014 2. ฟุตบอลลาลีกาสเปน 2013 และ 3. ช่อง 8 ในระบบเอชดีทางกล่อง PSI O2 Digital ที่จะเริ่มวางขายตั้งแต่เดือน ส.คนี้เป็นต้นไปเพื่อขยายกลุ่มผู้ชมคอนเทนต์ของอาร์เอสให้มากขึ้น มั่นใจว่าอาร์เอสจะมีรายได้จากลาลีกาสเปน 2013 ราว 800 ล้านบาท จากซีซัน 1 ทำรายได้ไปเพียง 200 ล้านบาทที่สามารถขายกล่องซันบ็อกซ์ไปได้ 3 แสนกล่อง และในซีซัน 3 ตั้งเป้ารายได้ที่ 1,000 ล้านบาท รวมแล้วทั้ง 3 ฤดูกาลเชื่อว่าจะมีรายได้ที่ 2,000 ล้านบาทตามที่วางแผนไว้ได้
ส่วน FIFA World Cup Brazil 2014 คาดว่าจะมีรายได้ 700 ล้านบาท มาจากสปอนเซอร์ 85% และสมาชิก 15% หรือมีกำไรราว 20% ส่วนรายได้บริษัทปีนี้ตั้งเป้าไว้กว่า 4,000 ล้านบาท มาจากทีวีดาวเทียม 1,300 ล้านบาท ที่เหลืออีก 2,700 ล้านบาทมาจากเพลง โชว์บิซ และอื่นๆ รวมกัน
“ลูกค้าที่มีกล่องซันบ็อกซ์อยู่แล้วสามารถรับชมฟุตบอลลาลีกาสเปน 2013 ได้ครบทุกแมตช์ โดยจะต้องเสียค่าบริการที่เดือนละ 99 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีฐานลูกค้า 80% จากฐาน 3 แสนกล่องกลับมาใช้บริการ และน่าจะมีเข้ามาใหม่กับการขายกล่องซันบ็อกซ์เพิ่มเติมได้อีก 1 แสนกล่องในปีนี้ ส่วนบอลโลกขอดูรายละเอียดอีกทีว่าจะเสียค่าบริการเท่าใด แต่ทั้งนี้ในส่วนของฟรีทีวีสามารถรับชมบอลโลก 22 คู่ทางช่อง 7 ทั้งนี้ ในอนาคตสำหรับลูกค้าที่รับชมผ่านทางกล่อง PSI O2 Digital ถ้าต้องการรับชมฟุตบอลลาลีกาสเปน 2014 ก็จะต้องเสียค่าบริการเช่นกัน”
ด้านนายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวต่อว่า สำหรับโมเดลการสร้างรายได้จากความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการแบ่งรายได้จากการขายกล่อง PSI O2 Digital ร่วมกันตามที่ตกลงไว้ ขณะที่สมาชิกสามารถรับชม 2 คอนเทนต์กีฬาได้ฟรีครบทุกแมตช์แบบเอชดี เพียงลูกค้าซื้อและติดตั้งกล่อง PSI O2 Digital ใหม่ ในราคา 2,490 บาท และในส่วนที่ต้องการเปลี่ยนรุ่นกล่องพีเอสไอเดิมมาเป็น PSI O2 Digital จะเสียค่าบริการที่ 1,690 บาท
เชื่อว่าจะมียอดขายกล่องรุ่น PSI O2 Digital ได้กว่า 1 ล้านกล่องตั้งแต่เริ่มขายไปจนถึงช่วงบอลโลกในเดือน ส.ค.ปีหน้า โดยกว่า 80% จะเป็นการเปลี่ยนกล่อง และ 20% เป็นการติดตั้งซื้อใหม่ จากฐานปัจจุบันพีเอสไอมีอยู่ 2.5 ล้านครัวเรือน หรือในสิ้นปีนี้น่าจะมีลูกค้าที่ใช้กล่องพีเอสไอรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ล้านกล่องทั่วประเทศ โดยแต่ละปีบริษัทมีรายได้จากการขายกล่องไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี และปีนี้น่าจะถึง 4,000 ล้านบาท